วัฒนธรรมการมาทำงานเช้า

by admin
about 2 weeks ago

วัฒนธรรมการมาทำงานเช้า

คุณเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เข้างานเช้าตรู่เพื่อให้หัวหน้าหรือเจ้านายประทับใจมั้ย? อยู่ทำงานที่ออฟฟิศจนดึกดื่นเพราะทุกคนก็ทำกันหมด หรือคุณไม่กล้าที่จะกลับเร็วเพราะกลัวจะโดนเพื่อน หัวหน้า และเจ้านายไม่พอใจ?

ถ้าหากคิดว่าการเข้าทำงานเช้า เลิกงานดึกแปลว่าเราทำงานดีกว่าคนอื่น หรือถ้าเห็นว่าลูกน้องทำแบบนี้แปลว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้วถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะการใช้เวลานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองทั้งวันกับเวลาเข้าออกจากที่ทำงานไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่จะวัดว่าคนนี้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ แล้วเราจะเปลี่ยนความคิดแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

  1. ต้องไม่อคติต่อคนอื่นๆ – ขั้นแรกต้องไม่อคติต่อคนอื่นที่มาทำงานต่างเวลากับเราซะก่อน เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเขามาทำงานสายเพราะอะไร หรือต้องกลับก่อนเพราะอะไร หากเป็นหัวหน้าก็ควรที่จะเข้าไปพูดคุยกับลูกน้องในทีมเพื่อรับทราบถึงเหตุผลหรือหาทางแก้ปัญหาไปด้วยกัน 
  2. ประเมินคนที่ผลงานไม่ใช่เวลาเข้างาน – การวัดประสิทธิภาพการทำงานของคนในบริษัทควรจะวัดจากผลงานหรืองานรับผิดชอบของแต่ละคนมากกว่าที่จะมาวัดประสิทธิภาพจากเวลาเข้างานออกงาน เพราะอย่างไรก็ตามจำนวนเวลาที่เขานั่งทำงานที่โต๊ะทำงานจะมากหรือน้อย หรือมาทำงานเช้ากลับดึกก็ไม่สามารถบอกได้เต็มที่ว่างานเขาเสร็จหรือไม่เสร็จ ควรจะดูที่ตัวผลงานกับเวลาที่มอบหมายไปให้มากกว่า 
  3. ทำเอกสารแบบประเมินตัวเอง – การมีเอกสารประเมินตัวเองในแต่ละไตรมาสหรือแต่ละปีจะช่วยให้พนักงานทุกคนรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด และหัวหน้าเองก็สามารถที่จะเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุดขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดอคติการมาทำงานด้วยเช่นกัน 
  4. เปิดรับการทำงานที่หลากหลาย – คนในปัจจุบันนั้นมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากอดีตอย่างมากด้วยเทคโลโลยีที่พัฒนามากขึ้นและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ เช่นกัน การบังคับให้ทำงานอยู่แต่ในคอก หรือต้องนั่งทำงานที่เดิมๆ ในตอนนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคนแล้ว ควรจะเปิดอิสระให้พนักงานหรือทีมได้เลือกสถานที่ทำงานของตัวเองมากขึ้น เพราะการทำงานที่ไหนไม่ได้สำคัญเท่างานที่ส่งตรงตามกำหนด 
  5. เอาใจใส่เรื่องเวลาการทำงาน – หากคุณเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าทีมแล้วการเอาใจใส่ลูกน้องลูกทีมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลดความตึงเครียดมากกว่าการบังคับให้มาทำงานแต่เช้าและกลับบ้านดึกอีกเยอะ และยังเป็นการแสดงให้พนักงานเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับทุกคนด้วย

สรุปแล้ว ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานของแต่ละคนด้วย บางคนก็ต้องมาทำงานที่ออฟฟิศ บางคนก็มีงานที่ต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอก การที่จะเอาเวลามากำหนดผลลัพธ์การทำงานนั้นใช้ไม่ได้เสมอไป เพราะแต่ละคนก็มีการบริหารเวลาการทำงานที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้งานเสร็จตามกำหนด

ท้ายที่สุดทุกคนจึงต้องหาจุดสมดุลการทำงานของตัวเองเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตและทำงานอย่างลงตัวในแบบของตัวเองนั่นเองค่ะ

 

====================

ฝากประวัติสมัครงานมากับเราที่ >>> bit.ly/2K333DY
หรือส่งเรซูเม่พร้อมบอกตำแหน่งงานที่ต้องการสมัครมาที่ applicant@prtr.com

เพียงบอกความต้องการของคุณ แล้วส่งข้อมูลมาเจ้าหน้าที่สรรหาของเราจะรีบให้ความช่วยเหลือคุณอย่างเร็วที่สุดค่ะ

“เพราะความสำเร็จของคุณ คือความสำเร็จของเรา”
PRTR

In this article: